เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับแก้วมัค

วันนี้จึงใคร่ขอนำเสนอ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ แก้วมัค สักเล็กน้อย สำหรับท่านที่สนใจ เพื่อเป็นข้อมูล สำหรับการตัดสินใจเลือกซื้อ
และรวมถึง วิธีการดูแลรักษาผลิตภัณฑ์ แก้วมัคด้วย

ผู้ซื้อส่วนใหญ่มักเลือกซื้อ แก้วมัค โดยดูจากรูปลักษณ์ภายนอก เช่น สีสันและลวดลาย และตำหนิต่างๆ บนผิวผลิตภัณฑ์เป็นหลัก
แต่ความจริงแล้วการดูลึกถึงเนื้อผลิตภัณฑ์เป็นสิ่งสำคัญมาก เนื่องจากจะสามารถบ่งบอกถึง คุณภาพของผลิตภัณฑ์ ได้เป็นอย่างดี
เคล็ดลับในการสังเกตเนื้อแก้วมัคทำได้ง่ายๆ โดยดูที่ขอบสัน ที่ด้านล่างของผลิตภัณฑ์ส่วนที่สัมผัสกับพื้น
(ซึ่งเป็นส่วนที่ผู้ผลิตไม่สามารถเคลือบได้ เนื่องจากจะทำให้ติดกับพื้นเตา ในขณะเผา และผลพลอยได้คือ ทำให้ฐานผลิตภัณฑ์ไม่ลื่น)
ผลิตภัณฑ์ที่ดีควรมีเนื้อสีขาว เนื้อเนียนไม่หยาบ มีความโปร่งแสงสูง เมื่อส่องกับแสงแล้วจะสามารถเห็นเงาของวัตถุที่อยู่เบื้องหลังในระยะใกล้ๆ ได้
แสดงว่าเกิดเนื้อแก้วในผลิตภัณฑ์มาก จึงมีความแข็งแกร่งทนทาน ดีกว่าผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อทึบแสง ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งก็คือ ผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อโปร่งแสงนั้นมักไม่เคลือบสีเพื่ออวดเนื้อของมัน ให้ปรากฏสู่สายตาผู้คนอย่างชัดเจน ดังนั้นผลิตภัณฑ์แก้วมัค ที่เคลือบสีพื้นเป็นสีสันต่างๆ นั้นจึงเป็นไปได้มากว่า
จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพไม่สูงนัก

สำหรับการดูแลรักษาแก้วมัค นั้น ในการทำความสะอาด หลังการใช้งาน เราไม่ควรใช้ใยเหล็กหรือใยสังเคราะห์ ขัดถูอย่างแรง เนื่องจากอาจทำให้ผิวเคลือบ และลวดลายที่ตกแต่งไว้ เสียหายได้ โดยเฉพาะ สำหรับการตกแต่งลวดลายที่เขียนอยู่บนผิวเคลือบ วิธีการที่เหมาะสม ควรใช้ฟองน้ำชุบน้ำยาเช็ดแต่เบาๆ ก็เพียงพอแล้ว
คราบสกปรก ก็จะหลุดออกจากผิวเคลือบ ที่เรียบลื่นมันวาวได้อย่างง่ายดาย

ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับ แก้วมัคอีกอย่างหนึ่งเมื่อใช้งานเป็นเวลานานๆ นั่นคือการราน (crazing) หรือการแตกลายงาบนผิวเคลือบ มักเกิดขึ้นกับ ผลิตภัณฑ์ ที่เผาไม่สุกตัวดี มีรูพรุนและการดูดซึมน้ำสูง หากต้องสัมผัสกับความชื้นเป็นเวลานาน เนื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าว จะดูดซับน้ำเข้าไปในรูพรุนและขยายตัว
ขณะที่เคลือบซึ่งไม่ดูดซึมน้ำ จะไม่ขยายตัว ทำให้เคลือบได้รับแรงเค้นดึง และเกิดการรานบนผิวเคลือบในที่สุด ดังนั้นหลังจากทำความสะอาดแล้ว
จึงควรเก็บแก้วมัคไว้ในที่แห้ง และโปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก ก็จะช่วยให้ท่านเป็นเจ้าของ แก้วมัค ที่สวยงามทรงคุณค่า ไปอีกนานแสนนาน