การดูแลรักษากระเบื้องพอร์ซเลนและเซรามิคส์

กระเบื้องพอร์ซเลนและเซรามิคส์นั้นไวต่อการกระแทก อุณหภูมิความร้อนที่สูงหรือเย็นความชื้นสูง มลภาวะทางอากาศ และแสงที่แรงจัดจนเกินไป

สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือ กระเบื้องพอร์ซเลนและเซรามิคส์นั้นจะแตกเมื่อหล่นลงบนพื้นผิวที่มีความแข็ง อีกอย่างก็คือ การจัดวางงานเหล่านี้แน่นจนเกินไปไม่ว่าบนชันวางหรือในตู้โชว์ การหยิบชิ้นงานขึ้นมาอาจจะไปกระแทกงานชิ้นอื่นได้ ซึ่งอาจทำให้ผลงานเกิดการบิ่นหรือแตกได้ ชั้นที่รับน้ำหนักมากเกินไปอาจทำให้พุกที่รับชั้นวางหักและทำให้ชั้นวางหล่นลงมาได้ ระวังสัตว์เลี้ยงและเด็กเล็ก ๆ ควรเก็บให้พ้นมือเด็ก โปรดจำไว้ว่าขอบกระเบื้องพอร์ซเลนอาจมีความคมและอาจจะบาดมือได้

ปัญหาอื่นๆ เช่น กระเบื้องพอร์ซเลนและเซรามิคส์นั้น มีการยืดและหดตัว เมื่ออุณหภูมิมีการเปลี่ยนแปลง เมื่ออากาศร้อนมันจะขยายตัว เมื่ออากาศเย็นมันจะหดตัว

บางครั้ง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิบ่อย ๆ อาจทำให้งานเกิดการแตกร้าวได้ โดยเฉพาะในส่วนที่เปราะบาง หรือสีเคลือบ ที่เรียกว่า แตกลายงา (Crazing) ในบางกรณีการแตกร้าวอาจเกิดยาวไปตามผิวของมัน (Dunting)

ดังนั้น ควรเก็บชิ้นงานสะสมของคุณให้ห่างจาก ที่ ๆ มีความร้อน เช่น เครื่องใช้ไฟ้าที่มีความร้อน หลอดไฟของตู้โชว์ ที่มีความร้อน ขอบหน้าต่าง ถ้าเป็นไปได้ควรเปลี่ยนหลอดไฟฮาโลเจนในตู้โชว์เป็นหลอดนีออน และควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกลมเย็นจากครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงาน

ศัตรูอื่นๆ เช่น การถูกความชื้นสูงเป็นเวลานาน ๆ หรือแบบฉับพลัน เซรามิคส์แบบไม่เคลือบจะดูดเอาความชื้นในอากาศ คล้าย ๆ กับฟองน้ำ ซึ่งอาจทำให้เกิดเชื้อราที่ทำให้สีเพี้ยนไปและทำให้ชิ้นงานเริ่มเปราะจากด้านในความชื้นสูงเมื่อรวมกับความร้อน ฝุ่นและมลภาวะของอากาศ จะทำให้เกิดคราบสกปรกที่มองไม่เห็นสะสมเป็นชั้น ๆ บนชิ้นงานของคุณ พื้นที่ในบ้านที่ทำให้เกิดความชื้นและอากาศที่เป็นพิษได้ง่ายคือห้องครัวและห้องน้ำ

ควรหลีกเลี่ยงแสงที่มีความเข็มทั้งแสงแดดและแสงจากหลอดไฟ เช่น แสงที่ส่องมาจากหน้าต่างและแสงจากโคมไฟ เพราะอาจทำให้ชิ้นงานสีซีดจางและทำให้สีเพี้ยนไปได้

การจัดเก็บ
บางครั้งจำเป็นต้องจัดเก็บงานสะสมในสถานที่แห่งหนึ่งในบ้านเป็นเวลานาน ๆ ดังที่กล่าวแล้วว่า กระเบื้องพอร์ซเลนและเซรามิคส์นั้นไวต่อการกระแทก อุณหภูมิความร้อนที่สูงหรือเย็นความชื้นสูง มลภาวะทางอากาศ และแสงที่แรงจัดจนเกินไป ดังนั้นการจัดเก็บนาน ๆ ไม่ควรเก็บในห้องใต้หลังคาหรือโรงจอดรถซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง วิธีที่ดีคือ การเก็บในห้องใต้ดินที่มีความแห้ง หรือการจัดแสดงในตู้โชว์ในห้องรับแขก

การห่อเก็บควรหลีกเลี่ยงการใช้กระดาษโดยเฉพาะกระดาษหนังสือพิมพ์ ซึ่งกระดาษที่ใช้มักจะมีส่วนผสมของสารที่มีกรด และมีการดูดซับความชื้นจากอากาศที่อยู่รอบ ๆ ตลอดเวลา โดยเแพาะในเขตอากาศที่มีความชื้น ซึ่งสามารถทำให้กรดที่อยู่ในกระดาษห่อละลายออกมาทับผิวหน้าของผิวเคลือบของชิ้นงาน และอาจทำให้สีสันของชิ้นงานเพี้ยนไปได้ วึ่งต้องอาศัยผู้เชี่ยวชายในการซ่อมแซม นอกจากนั้นกระดาษหนังสือพิมพ์ยังมีหมึกพิมพ์ที่อาจทำให้ปัญหาเรื่องความเสียหายเพิ่มขึ้น การจัดเก็บในกล่องนั้นไม่ควรแน่นจนเกินไป เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก เจาะรูเล็ก ๆ ในกล่องก่อนการบรรจุ เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดียิ่งขึ้น ควรตรวจสอบของที่เก็บไว้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีความชื้นสะสมในกล่องที่จัดเก็บ ซึ่งอาจทำให้เกิดเชื้อราหรือสีสันอาจเพี้ยนไปได้ การถ่ายเทอากาศที่ดี การควบคุมอุณหภูมิและสภาพความแห้งที่เหมาะสม จะช่วยป้องกันความเสียหายจากการจัดเก็บในระยะยาวได้ดี

การทำความสะอาด
กระเบื้องพอร์ซเลนและเซรามิคส์อาจมีฝุ่นเกาะได้ซึ่งส่วนใหญ่จะล้างทำความสะอาดได้ ซึ่งปกติจะใช้การลงสีและเคลือบผิวด้วยความร้อน ซึ่งจะไม่เกิดการหลุดร่อนหรือความเสียหายเมื่อล้างด้วยน้ำเปล่าหรือการทำความสะอาดอย่างทะนุถนอม ใช้ก้านสำลีจุ่มน้ำเล็กน้อยเช็ดลงในบริเวณสีเคลือบที่ไม่เด่นนัก ถ้าปลายสำลีติดสีออกมาก็ให้หยุดทันที ซับด้วยผ้าแห้ง ควรส่งให้ผู้เชี่ยวชาญโดยทันที

วิธีการปัดฝุ่นและการล้าง
– แปรงขนอ่อน 2 ด้าม (ขนาดความยาวของปลายขนประมาณ 2-3 นิ้ว)
– ก้านสำลีทำความสะอาด
– ไม้จิ้มฟัน
– กระดาษกาวแบบกันน้ำ
– ยางลบดินสออย่างดี
– กระบอกฉีดน้ำพลาสติก
– กระดาษทำความสะอาด
– ผ้าเช็ดตัวเก่า ๆ สะอาด ๆ
– น้ำยาล้างจาน
– แอลกอฮอล์
– น้ำยาล้างแก้ว

การปัดฝุ่น
ใช้แปรงขนอ่อน ปัดฝุ่นที่ติดอยู่ออกเบา ๆ ตามซอกต่าง ๆ ระวังอย่าให้ด้ามแปรงไปกระแทกกับตัวงาน ห้ามใช้ที่เป่าผมโดยเด็ดขาด เพราะในจุดที่เป็นรายละเอียดต่าง ๆ อาจแตกได้ง่ายเนื่องจากลมที่แรงเกินไป

การล้าง
เตรียมพื้นที่บริเวณที่จะล้างให้พร้อมก่อนลงมือ ทางที่ดีควรเตรียมโต๊ะครัวและท้อปเคาน์เตอร์ใกล้อ่างล้างจาน เท่านี้ก็จะมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการทำงาน บุผ้าเช็ดตัวเก่า ๆ บริเวณโดยรอบอ่างล้างจานด้วยผ้าเช็ดตัวเก่า ๆ เติมน้ำอุ่นสะอาด ๆ ลงไปในอ่างล้างจานให้มีความสูงประมาณ 2-3 นิ้ว ถ้าเป็นหัวก๊อกแบบปรับได้ ให้ขยับหัวก๊อกน้ำให้พ้นจากอ่าง ถัดจากอ่างให้วางอุปกรณ์ในการทำความสะอาดทั้งหลาย เติมน้ำอุ่น ๆ ลงในกระบอกฉีดน้ำพอประมาณ

งานกระเบื้องพอร์ซเลนหรือหระเบื้องเซรามิคส์บางชิ้น ด้านในจะกลวงและไม่ได้เคลือบ และมักจะมีรูระบายอากาศเล็ก ๆ หลาย ๆ รู ซ่อนอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เป็นที่สังเกต เพื่อให้อากาศได้ระบายออกในขณะเผา หาตำแหน่งของรูเหล่านั้นแล้วอุดด้วยไม้จิ้มฟัน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีรูขนาดใหญ่ 1 รู ที่ฐานหรือด้านล่างของชิ้นงาน ให้ใช้ใช้กระดาษกาวปิดทับรูดังกล่าว เพื่อป้องกันเชื้อราข้างในงานของคุณ

การทำความสะอาดชิ้นแต่ละชิ้น
งานชิ้นเล็ก ๆ สามารถล้างด้วยน้ำอุ่นโดยตรงจากก๊อกหรือกระบอกฉีดน้ำ โดยให้น้ำไหลช้า ๆ และใช้แรงดันต่ำ ๆ เพราะแรงดันน้ำที่สูงเกินไปอาจทำให้ส่วนที่เป็นรายละเอียดเสียหายได้ งานที่มีขนาดใหญ่ควรแช่ในอ่างล้างจาน ระวังอย่าให้ถูกหัวก๊อก และอาจใช้กระบอกฉีดน้ำที่ใส่น้ำอุ่นแทนก็ได้ ใช้แปรงขนอ่อนจุ่มใช้สบู่เหลวหรือน้ำยาล้างจาน เช็ดทำความสะอาดตามซอกต่าง ๆ ให้เกิดฟองปกคลุมทั่วทั้งชิ้นงาน ระวังอย่าให้ด้ามแปรงกระแทกกับชิ้นงาน ทำความสะอาดด้วยการหมุนแปรงเป็นวงกลมจนกะทั่งงานสะอาดดี จุ่มลงในน้ำอุ่นสะอาด ๆ หลังจากนั้นให้วางลงผ้าที่วางอยู่บนโต๊ะครัว ปล่อยให้แห้งเอง ห้ามใช้ผ้าเช็ด หรือเครื่องเป่าผม เพราะจะทำให้ส่วนที่เป็นรายละเอียดแตกหักได้ อาจจะทำซ้ำสัก 2-3 ครั้ง เพื่อให้สิ่งสกปรกหรือรอยเปื้อนหมดไป บางครั้งสบู่เหลวหรือน้ำยาล้างขานก็ไม่สามารถล้างคราบสกปรกออกได้หมด ซึ่งอาจจะใช้แอลกอฮอล์หรือน้ำยาทำความสะอาดแก้ว ทำความสะอาดคราบสกปรกที่ฝังลึก ใช้ก้านสำลีทำความสะอาดชุบแอลกอฮอล์หรือน้ำยาทำความสะอาดเครื่องแก้ว ทำความสะอาดเฉพาะบริเวณรอยเปื้อนเท่านั้น เช็ดเบา ๆ จนสะอาด ล้างออกด้วยน้ำอุ่นสะอาด ๆ ทิ้งไว้ให้แห้ง

ในกรณีที่คราบสกปรกติดแน่นมาก ๆ และไม่สามารถล้างออกได้ ด้วยวิธีการดังกล่าว คุณอาจจะลองใช้ยางลบดินสอ ควรเลือกชนิดที่ไม่มีสารขัด เช่น ทราย หรือผงแก้ว ซึ่งอาจทำให้เกิดรอยขีดข่วนหรือทำให้สีเคลือบหมองลงไป ซึ่งคุณสามารถตัดยางลบให้เป็นปลายแหลม ๆ เพื่อให้สะดวกในการลบบริเวณรายละเอียดที่เล็ก ๆ ไม่ควรออกแรงลบจนหนักเกินไป และไม่ควรใช้แทนน้ำยาทำความสะอาดหรือสบู่เหลวที่รุนแรง แอลกอฮอล์ หรือน้ำยาทำความสะอาดเครื่องแก้ว ในกรณีที่ไม่มีของเหล่านั้น

ควรติดต่อผู้เชี่ยวชาญในการซ่อมแซม ถ้าคุณลองทำความสะอาดเองแล้วไม่ได้ผล หรือไม่ต้องการลงมือทำด้วยตนเอง ผู้เชี่ยวชาญในการซ่อมคือผู้ที่ได้ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี และใช้วัสดุในการทำความสะอาดอย่างดีที่ไม่มีขายในท้องตลาด

การซ่อมแซม
ความเสียหายที่เกิดกับกระเบื้องเซรามิคส์และพอร์ซเลนส์ สามารถซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเดิมได้ ซึ่งมี 2 วิธีคือ

Cold repair
ผู้เชี่ยวชาญจะใช้กาวชนิดพิเศษ วัสดุอุดยาแนว สีและน้ำยาเคลือบ ที่ไม่ต้องอาศัยความร้อนแต่สามารถคงสภาพอยู่ได้นาน ซึ่งเทคนิคการซ่อมแบบนี้สามารถปรับเปลี่ยนได้ เป็นวิธีที่นิยมใช้กันโดยทั่วไป เป็นวิธีการที่ง่ายดายและถูกกว่า การซ่อมแบบนี้สามารถใช้ได้กับวัสดุทุกชนิด ทุกยี่ห้อ

Fired repair
ผู้เชี่ยวชาญจะใช้สีเคลือบ สี วัสดุอุดยาแนว ชนิดพิเศษ ที่ต้องอาศัยการเผา ซึ่งมีความคงทนอยู่ได้นานมาก การซ่อมแบบนี้ไม่สามารถเปลี่ยนได้เลย เทคนิคนี้ใช้โดยผู้เชี่ยวชาญเพียงไม่กี่คนเท่านั้น เพราะความยากและเเพงกว่าการซ่อมแบบ Cold repair การซ่อมแบบนี้มีข้อจำกัดหลายอย่างเช่น และไม่สามารถใช้ได้กับวัสดุทุกชนิด และทุกยี่ห้อ

ประเภทของความเสียหายที่สามารถซ่อมแซมได้ด้วยวิธีการเหล่านี้
– สีหรือสีเคลือบซีดจาง
– แตก หัก ร้าว
– แตกลายงา
– การต่อชิ้นส่วนที่หายไป
– รอยเปื้อน

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก https://pantown.com/board.php?id=1892&area=&name=board7&topic=28&action=view ด้วยครับ